วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564

บิวตี้เบลนด์ จัดงาน “The Color Of Love สีสันแห่งความรักบนเรือนผม” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่!! NIGAO (นิกาโอะ) พร้อมด้วยศิลปิน “NIGAO GIRLS” กับ ซิงเกิ้ลเพลง “ The Color of Love” และแฟชั่นโชว์รวม 50 ชีวิต กับ 50 สีผม ครั้งแรกของเมืองไทย

บิวตี้เบลนด์ จัดงาน “The Color Of Love  สีสันแห่งความรักบนเรือนผม” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่!! NIGAO (นิกาโอะ)  

พร้อมด้วยศิลปิน “NIGAO GIRLS” กับ ซิงเกิ้ลเพลง “ The Color of Love” และแฟชั่นโชว์รวม 50 ชีวิต กับ 50 สีผม  ครั้งแรกของเมืองไทย


                  คุณภูริวัฒน์ เขียนขำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้สร้างแรงบันดาลใจแห่งความงาม บริษัท บิวตี้เบลนด์ จํากัด หรือ Beauty Blend เปิดเผยว่า บิวตี้เบลนด์ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผมภายใต้แบรนด์ ‘นิกาโอะ (NIGAO)’ ได้จัดงานเปิดตัว “The Color Of Love  สีสันแห่งความรักบนเรือนผม” เปิดตัวผลิตภัณฑ์สีผมเฉดใหม่ 50 สี โดยครั้งนี้  NIGAO ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านรูปแบบของแฟชั่นโชว์จากเหล่านางแบบ และนายแบบกว่า 50 ชีวิต เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ณ สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564



                         ผลิตภัณฑ์ NIGAO ได้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมในเชิงคุณภาพ และใส่ใจในด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคมาอย่างตลอดต่อเนื่อง จากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่มีการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกับวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ปราศจากแอมโมเนีย ไม่มีสารก่อให้เกิดความระคายเคืองหนังศีรษะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยทำให้ผู้บริโภคใช้ได้อย่างปลอดภัย  ในราคาที่จับต้องได้ จนกลายเป็นจุดเด่นสำคัญของแบรนด์ ที่ทำให้ผู้บริโภค รวมถึงร้านซาลอนพันธมิตรต่างๆ ให้ความเชื่อถือในตัวสินค้า และ ส่งผลให้บริษัทมียอดขายเติบโตจนถึงปัจจุบัน และกำลังขยายตลาดอย่างต่อเนื่องในอนาคต  


                        ผลิตภัณฑ์ของ NIGAO มีความหลากหลายด้วยกัน อาทิ 1.ครีมเปลี่ยนสีผม Nigao Hair Color, 2.ครีมฟอกสีผม Nigao Bleaching Cream Maxx Light และ 3. ผลิตภัณฑ์ผสมครีมย้อมผม Nigao Developer Premium Cream เป็นต้น  



                        นอกจากนี้ทาง NIGAO ยังได้จับมือร่วมกับ Hairworld Plus+ ผู้นำนิตยสารทางด้านแฟชั่นผมและความงาม ร่วมกันทำโปรเจ็กต์พิเศษ ปล่อยซิงเกิ้ล "The Color of Love" สีสันแห่งความรัก โดยส่ง 6 สาว Girl Group น้องใหม่มาแรงในนาม "NIGAO GIRLS" ที่พกพาความสดใส ความน่ารัก กับ 6 สีผมสุดจี๊ด และเพลงดิสโก้แดนซ์เพราะๆ กับซิงเกิ้ลที่ชื่อว่า “The Color of Love”ชวนทุกคนลุกขึ้นมาออก Step และสนุกไปกับท่าเต้นเก๋ๆ ซึ่งได้โปรดิวเซอร์มือทอง "ก็อป โปสการด์" มาเขียนเพลงให้  โดยรวมเด็กสาววัยรุ่น 6 คน ที่มีความสามารถ ความมั่นใจ และความฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง นักเต้น มาเปลี่ยนลุค และสีผมสุดชิค ถึง 6 เฉด 6 สี จากผลิตภัณฑ์สีผม NIGAO พร้อมแฟชั่นสวยๆ ขึ้นปกนิตยสาร “Hairworld Plus+”นำโดย Thank You อดีตนักร้องจากค่ายเด็กแนว kamikaze ที่หลายๆ คนคิดถึง พร้อมด้วยสมาชิกใหม่ในวงอีก 5 คน โบลิ่ง, เกื้อหนุน, มิลค์, มายด์ และ กีย่า ซึ่งแต่ละคนมีดีกรี และความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งเพลง The Color of Love เป็นเพลงที่มีความหมายดีๆ เชิงให้กำลังใจสำหรับผู้ที่ผิดหวังในความรัก โดยมีกลิ่นอายของเพลงดิสโก้ผสมอยู่ ฟังแล้วชวนเต้นตาม สำหรับ MV เพลงนี้ จำลองบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่นโดยยกกองไปถ่ายกันที่จังหวัดกาญจนบุรี ด้วย MV ที่สดใส น่ารัก พร้อมท่าเต้นที่จะทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาออก Step เต้นตาม ฝากวง "NIGAO GIRLS" กับซิงเกิ้ล "The Color of Love" สีสันแห่งความรัก แล้วคุณจะหลงรักพวกเธอ  



ติดตามเพลง และ MV ได้ทาง : Spotify Apple Music Joox และ Youtube : Nigao-brand & Hairworld Plus  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/nigao.brand  

#NIGAO # TheColorOfLove #NIGAOGIRLS # HairworldPlus

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564

สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดเสวนาไฮบริดดึงองค์กรไทยและนานาชาติ ร่วมถกหาแนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19

สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดเสวนาไฮบริดดึงองค์กรไทยและนานาชาติ ร่วมถกหาแนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19


             สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) จัดเสวนาไฮบริด “แนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19” โดยมีนางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมด้วย Ms.Gemma Van Halderen ผู้อำนวยการแผนกสถิติ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP)  เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องสุขุมวิท 1-4 ชั้น 8 โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 
        


  
    ในการจัดเสวนาในครั้งนี้ มีองค์กรสถิตินานาชาติและหน่วยงานภาครัฐของไทยร่วมแบ่งปันประสบการณ์และการมุมมองการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสังคมที่เปลี่ยนไป เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันองค์ความรู้ ถ่ายทอดมุมมองในการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้นำเนื้อหาสาระที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บข้อมูลในอนาคต ตลอดจนเสริมความรู้ สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในเรื่องของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลง

     นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนและการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐเองที่ต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพทันท่วงที


  นอกจากความท้าทายในการจัดเก็บข้อมูลที่ดำเนินการได้ยากขึ้นโดยเฉพาะในชุมชนเมืองซึ่งลักษณะความเป็นอยู่ของประชากรเปลี่ยนแปลงไป และการให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลน้อยลง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายและตัวเร่งให้สำนักงานสถิติแห่งชาติยิ่งต้องปรับตัว ทั้งแนวคิดและวิธีดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่มีคุณภาพไปประมวลผล ส่งผลให้ประเทศมีข้อมูลสถิติที่แม่นยำ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในทุกระดับและทุกมิติ

          กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบไฮบริด แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

           การเสวนาช่วงที่ 1 ดำเนินรายการโดย Ms. Gemma Van Halderen ผู้อำนวยการแผนกสถิติ ESCAP เป็นการแลกเปลี่ยน มุมมองและประสบการณ์ในการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใสนจากสำนักงานสถิติในต่างประเทศ ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติมาเลเซีย สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซีย สำนักงานสถิติแห่งชาตินิวซีแลนด์ องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Population Fund: UNFPA) และสำนักงานสถิติแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Statistics Division: UNSD) 

                  การเสวนาช่วงที่ 2 ได้รับเกียรติจากวิทยากรหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมแสดงทรรศนะและข้อคิดเห็นในหัวข้อ “ระบบสถิติก้าวไกล สร้างอนาคตไทยด้วยข้อมูล”

ติดตามข้อมูลสถิติที่น่าสนใจมากมายจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ที่เว็บไซต์ www.nso.go.th  โซเชียลมีเดีย Line Official Account “NSO OF THAILAND” และโมบายแอปพลิเคชัน “THAI STAT” หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 0 2141 7500-03


  

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564

ททท. สำนักงานเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ออนใต้ครบรส” ภายใต้โครงการเชียงใหม่ครบรส ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการตลาดท่องเที่ยวให้แก่ชุมชน

ททท. สำนักงานเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ออนใต้ครบรส” ภายใต้โครงการเชียงใหม่ครบรส ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการตลาดท่องเที่ยวให้แก่ชุมชน



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนออนใต้  ณ หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ชุมชนออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “ออนใต้ครบรส” ภายใต้โครงการเชียงใหม่ครบรส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันด้านการตลาดท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนท่องเที่ยว และมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและการหาอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นรวมถึงเรื่องราวอาหารชุมชนของชุมชนออนใต้



สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่สำคัญ คือ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ผู้ริเริ่มโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน หรือ Journey D เพื่อร่วมสร้างจิตสำนึกของการเดินทางอย่างรับผิดชอบ อาทิ ชุมชนบ้านปง  อำเภอหางดง และอื่นๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสนับสนุนการเดินทางและส่งผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงหลากหลายแห่งได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย อาทิ ผู้แทนจากสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีเชียงใหม่ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  เอสซีจี  โลเคิล อไลค์  สยามร้าย ทราเวล และอินเซนทีฟ ดีไซน์ เป็นต้น ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมทำกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ชุมชนออนใต้ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นมา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ล้วนแต่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชุมชน  โดยเฉพาะอัตลักษณ์ในด้านอาหารตามสโลแกนของกิจกรรม “ออนใต้ครบรส” ที่จะพาผู้มาเยือนท่องไปในดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ของชุมชนออนใต้ พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของคนในชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการกินอยู่จากไร่นาและเรือกสวนผักหลังบ้าน ตัวอย่างกิจกรรม เช่น กิจกรรมนั่งรถชุมชนท่องเที่ยวไปในท้องทุ่งออนใต้ กิจกรรมชมสวนมัลเบอร์รี่หม่อนศิริ กิจกรรมเวิร์คช็อปทำปลาออนใต้ ของที่ระลึกทำมือ เป็นต้น 



นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ยังได้จัดงานเปิดตัวกิจกรรม “ออนใต้ครบรส” ภายใต้โครงการเชียงใหม่ครบรส อย่างเป็นทางการ ในช่วงเย็นของวันที่ 1 เมษายน 2564 ณ ออนใต้ฟาร์ม ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของชุมชนที่มีความพร้อมในการรองรับคณะและจัดการประชุมได้แบบครบวงจร โดยภายในงานตกแต่งออกมาในบรรยากาศท้องถิ่นที่มีความอบอุ่นและนำเสนออัตลักษณ์ของชุมชนออนใต้ พร้อมทั้งมีการจัดเลี้ยงอาหารในลักษณะ Chef table ซึ่งทางชุมชนออนใต้ได้ทำงานร่วมกับเชฟแบล็ค เชฟชื่อดังชาวเชียงใหม่ ในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ “ข้าวโฮะออนใต้” ที่นำเสนอความเป็นชุมชนออนใต้ได้อย่างลงตัว โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารแสนอร่อยแบบครบรส ภายใต้เสียงดนตรีสดที่ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับค่ำคืน



ทั้งนี้ กิจกรรม “ออนใต้ครบรส” ภายใต้โครงการเชียงใหม่ครบรส นับเป็นโอกาสอันดีของชุมชนออนใต้ในการนำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ  ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรและการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันด้านการตลาดของชุมชนได้ในอนาคต 


ทีเส็บและกรมอนามัย จับมือ 23 ภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” นำร่อง 10 เมืองไมซ์

ทีเส็บและกรมอนามัย จับมือ 23 ภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” นำร่อง 10 เมืองไมซ์



สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ "ทีเส็บ" และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ 23 หน่วยงานภาคีเครือข่าย ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์ มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน นำร่อง 10 เมืองไมซ์ ยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยของระบบบริการและสถานประกอบการต่างๆ




 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” ว่า กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับหน่วยงาน 23 ภาคีเครือข่าย อาทิ กรมการท่องเที่ยว กรมการขนส่งทางบก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสากหรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) หอการค้าไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมโรงแรมไทย เป็นต้น จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 เพื่อสนับสนุนการจัดงานกลุ่มการจัดประชุมและนิทรรศการ การเดินทางและการท่องเที่ยวในเมืองอย่างปลอดภัย ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการและกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานระบบบริการและสถานประกอบการต่าง ๆ ใน 10 เมืองไมซ์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา พิษณุโลก ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และเมืองพัทยว

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถควบคุม การแพร่ระบาดให้เชื้อโรคอยู่ในวงจำกัด ทำให้รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งวางแนวทางลดจำนวนวันกักตัวของนักท่องเที่ยวกรณีที่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือตรวจเชื้อก่อนเข้าประเทศ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยขณะนี้ได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อลดความรุนแรงของโรค ทั้งการเจ็บป่วยและเสียชีวิต โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ของประชากรไทยภายในสิ้นปี 2564 นี้ ควบคู่กับยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการ และสุขอนามัยส่วนบุคคลของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยก้าวเดินต่อไป” 

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า การจัดทำโครงการเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน ต้องดำเนินการพิจารณาด้านการจัดงานให้ครอบคลุมในทุกกิจการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานไมซ์ เพื่อให้การเปิดเมืองและการจัดงานมีความปลอดภัยทั้งระบบและครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยในระยะแรกจะเริ่มขับเคลื่อนใน 10 เมืองไมซ์ก่อน ซึ่งเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการจัดงาน แล้วจึงขยายผลไปยังเมืองอื่น ๆ ในระยะต่อไป โดยใช้มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standards (TMVS) ร่วมกับแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ MICE New Normal สำหรับสถานที่จัดงาน   ผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 สร้างมาตรฐาน และความมั่นใจในการจัดงานไมซ์ได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ทีเส็บยังได้เตรียมจัดโรดโชว์ไปยังเมืองไมซ์ในภูมิภาค ต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้แนวทางปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่นั้น ๆ ให้เกิดความเชื่อมั่นในการจัดงาน โดยมีกำหนดไปจัดที่จังหวัดภูเก็ต อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯ ในเดือนเมษายนนี้

ด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจด้วยมาตรฐา เป็นการผนึกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่                   กับมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเน้นการขับเคลื่อนมาตรฐานด้านสุขอนามัยสำหรับสถานประกอบการและกิจกรรมต่าง ๆ  พร้อมกับได้ร่วมกันจัดทำแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับโครงการฯ เพื่อเป็นแนวทางของพื้นที่ในการดำเนินการ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัย โดยจากผลการประเมินตนเองของสถานประกอบกิจการของแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus พบว่า สถานประกอบกิจการที่ผ่านการประเมินสูงสุด ได้แก่ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้อยละ 100 โรงแรม ร้อยละ 99.1 และห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 97.8 ตามลำดับ ชี้ให้เห็นถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือจากสถานประกอบกิจการ

ทั้งนี้ กรมอนามัยขอความร่วมมือสถานประกอบการ กิจการประเภทต่าง ๆ เข้าร่วมประเมินตนเองเพิ่มมากขึ้น สำหรับประชาชนและผู้ที่เข้าร่วมในสถานที่ประชุม สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ขอให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วยการ Check in และ Check out ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ เว้นระยะระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและหมั่นสังเกตตนเอง หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้งดทำกิจกรรมและไปพบแพทย์ 







ประธานมูลนิธิเพชรเกษม พร้อม เพจอีจันมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกู้ภัยที่เสียชีวิตเหตุตึกถล่มจำนวน 90,000 บาท

ประธานมูลนิธิเพชรเกษม พร้อม เพจอีจันมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกู้ภัยที่เสียชีวิตเหตุตึกถล่มจำนวน 90,000 บาท


        นายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิเพชรเกษม (เพชรเกษม 1) นายบัญชา ศรีนิลพันธ์ (บางกอก 1) นางสาว สมปรารถนา นาวงษ์ ผู้บริหารเพจอีจันและทีมงานสังคมเพจอีจันได้มอบเงินจำนวน 90,000 บาทให้แก่ครอบครัวกู้ภัยที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้-ตึกถล่มภายในหมู่บ้านกฤษดานคร 31


       จากกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านหรู ภายในหมู่บ้านกฤษดานคร 31 ซอยบรมราชชนนี 105 ถนนบรมราชชนนี ย่านพุทธมณฑล สาย 3 แขวงและเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ของนายอดิสรณ์ โสภา นักธุรกิจ เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำ บ้านหลังดังกล่าวได้พังถล่มลงมาทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย ประกอบด้วย นายธนภพ ประไพ อายุ 44 ปี นายสมัชญา นิลธง อายุ 48 ปี นายอรรถพล ถ้วมทอง อายุ 26 ปี นายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด อายุ 38 ปี นายเกียรติ แพตเตอร์สัน อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครดับเพลิง และผู้อยู่อาศัย 1 ราย ได้แก่ นายสมเกียรติ แพนเตอร์สัน หรือทอมมี่ อายุ 35 ปี เลขานุการเจ้าของบ้าน รวมทั้งยังมีผู้ที่ติดอยู่ภายในอาคารจำนวนหนึ่ง


         จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางมูลนิธิเพชรเกษมและทางเพจอีจันรู้สึกเสียใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมากครับ ทางมูลนิธิฯขอมอบเงิน 90,000 บาท ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุ่กท่านครับ วีรบุรุษกู้ภัยทั้ง 4 ครอบครัว บุคคล 4 ท่านนี้ ล้วนเป็นเสาหลักของครอบครัวและได้เสียเสาหลักไป ยอมเสียสละชีวิตเพื่อส่วนรวมโดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ขอสดุดีความกล้าหาญ วีรบุรุษกู้ภัยทั้ง 4 ท่าน และขอใว้อาลัยแก่ครอบครัวของทุกท่าน


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...