วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564

รมว.ท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” หวังกระตุ้นความคึกคัก 5 เมืองใหญ่ ก่อนเปิดประเทศช่วงปลายปี

รมว.ท่องเที่ยว  ร่วมกิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” หวังกระตุ้นความคึกคัก 5 เมืองใหญ่ ก่อนเปิดประเทศช่วงปลายปี

                การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ส่งท้ายไตรมาสแรกของปี สุดประทับใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ปลื้มกระแสซิตี้รันพุ่ง มีผู้มาร่วมกิจกรรมรวมทะลุเป้าเกิน 13,000 คน มั่นใจเดินถูกทาง มอบนโยบายให้ ททท. จัดกิจกรรมปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพิ่มเติมทั้ง 4 ภาค หวังกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวไทยให้ต่อเนื่อง ก่อนเปิดประเทศช่วงตุลาคม 2564 นี้ ด้านรองผู้ว่า ททท. ขานรับเตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อไป เบื้องต้นคาดใช้ 5 เมืองท่องเที่ยวหลัก จ.ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ พัทยา สมุย หวังปั้นเป็นกิจกรรมกระตุ้นกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬารูปแบบใหม่ คาดมีผู้ร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าครึ่งแสนคน


                 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นางทิพวรรณ นิธิเจษฎาวงศ์ ผู้อำนวยการมิชลินไกด์ ประเทศไทย, นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยแลนด์ไตรลีก ผู้จัดงานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร, เหล่านักวิ่งจากชมรมวิ่งทั่วกรุงเทพฯ และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬารูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ที่ถูกจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของกิจกรรม  ณ เสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2564

          โดยคณะได้เริ่มวิ่งจากเสาชิงช้า เพื่อไปเก็บคะแนนในจุดเช็คพ้อยท์ตลอดเส้นทาง อาทิ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานครเข้าสู่ถนนกัลยาณ-ไมตรี (กระทรวงกลาโหม), สะพานปีกุน โดยระหว่างทาง รัฐมนตรีฯ ยังได้แวะทักทายร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับการรับรองจาก “มิชลิน ไกด์” เช่น ร้านแซ่พุ้น, ร้าน ก.พานิช ก่อนที่จะมาแวะรับประทานอาหารเช้าที่ ร้านยี่ สับ หลก ร้านอาหารชื่อดังในย่านดังกล่าว และมอบของที่ระลึกเป็นกำลังใจให้แก่ร้านชื่อดังทั้ง 3 ร้านอีกด้วย


         นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา   กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหนึ่งในกระทรวงหลักที่มีหน้าที่เตรียมความพร้อมในการเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขด้านการสาธารณสุขที่ต้องระมัดระวังขั้นสูงสุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สามารถเกิดขึ้นภายในประเทศได้อีกเป็นระลอก ดังนั้น การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ภายในประเทศ จึงต้องออกแบบให้ดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งทางด้านการสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจควบคู่กันไป


             “กิจกรรมวิ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการทำให้เกิดกระแสการเดินทางมาท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากความสำเร็จของการจัดมาราธอนที่บุรีรัมย์ ที่สามารถดำเนินการไปได้อย่างคู่ขนานไปกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิค-19 มีประชาชนเดินทางไปร่วมแข่งขันถึง 20,000 คน ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดี และสร้างความมั่นใจในการบริหารงานด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุขของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”


              ตนขอแสดงความชื่นชน ททท. ที่สามารถจัดกิจกรรมนำร่องในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังอยู่ในช่งงเฝ้าระวังสูง เมื่อปลายปี 63 ที่ผ่านมา โดยสามารถจัดงานออกมาได้ดี มีการป้องกันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในทุกขั้นตอน จนทำให้ประชาชนทั่วไป และเหล่านักวิ่งเป็นจำนวนมากออกมาร่วมในกิจกรรม ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมนำร่องให้ส่วนภูมิภาคต่างๆ นำเอาโมเดลของการจัดงานแบบนี้ไปใช้ได้ และได้มอบหมายให้ ททท. จัดทำโครงการวิ่งซิตี้รัน ในรูปแบบนี้ โดยให้ไปจัดในภาคต่างๆ ทั้ง 4 ภาค โดยให้แนวคิดคร่าวๆว่า ....จากเมืองกรุง สู่เมืองรอง.... และตั้งเป้าว่าจะมีประชาชนที่ชื่นชอบในสุขภาพโดยเฉพาะการวิ่งมาร่วมในโครงการสัก 1 แสนคน 


                   ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า กิจกรรม ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ถือเป็นกิจกรรมที่มีจุดขายของตัวเอง เพราะนอกจากจะสามารถดึงดูดให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย ให้ความสนใจและออกมาร่วมกิจกรรมทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ของทุกๆ สัปดาห์แล้ว ยังก่อให้เกิดการใช้สอยขึ้น เพราะระหว่างทางทุกคนต้องแวะซื้อน้ำ แวะทานอาหาร ฯลฯ ซึ่งถือว่านอกจากจะช่วยให้ประชาชนเกิดสุขภาพที่ดี แข็งแรง และปลอดภัยโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

             จากโครงการนำร่องนี้ ททท. จะตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ ในการนำเอากิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์...ซิตี้รัน” ไปจัดในส่วนภูมิภาคต่างๆ แล้วจะรีบนำมาเสนอท่านรัฐมนตรีฯ ต่อไป คิดว่าจะนำไปจัดในจังหวัดเป้าหมายที่ ททท. กำหนดเป็นจังหวัดนำร่องในการรับนักเที่ยวต่างชาติ นั่นคือ จังหวัดภูเก็ต, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดกระบี่, เมืองพัทยา และเกาะสมุย คาดว่าจะสามารถจัดได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 (เดือนกรกฎาคม-กันยายน) เพื่อใช้เป็นกิจกรรมสร้างกระแสความตื่นตัวด้านการท่องเที่ยวโดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 50,000 คน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ (เทศกาลเช็งเม้ง) ประจำปี 2564 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ (เทศกาลเช็งเม้ง) ประจำปี 2564 ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ



             มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายดิลก รอดบำรุง รักษาการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ทีมงานแผนกบรรเทาสาธารณภัย และแผนกบริการ ประกอบพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ประจำปี 2564 โดยเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เครื่องคาวหวาน กระดาษเงิน-กระดาษทอง และดอกไม้หอม ณ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิ) เขตสาทร กรุงเทพฯ เมือวันที่ 2 เมษายน 2564



                   โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา  มูลนิธิฯ จัดพิธีเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ณ บริเวณหน้าหลุมบรรพชน (บ่วงหยิ่งหมอ) สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร





                    เทศกาลเช็งเม้ง กำหนดจัดขึ้นในระหว่างเดือน 2-3 ของจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี ก่อนวันพิธี จะมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษ เมื่อไปอยู่อีกภพหนึ่ง



                 กว่า 111 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น ยังมีสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสำหรับฝากฝังศพไร้ญาติ โดยในแต่ละปีจะมีการเซ่นไหว้อาหารคาวหวานตามประเพณี รวมทั้ง "เทศกาลเช็งเม้ง" ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งถือเป็นเทศกาลสำคัญประจำปีเทศกาลหนึ่งในการปฏิบัติตนแทนลูกหลานเซ่นไหว้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรชีวิตในทุก ๆ ด้าน ดังคำขวัญมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

สทท. ร่วมกับ ททท. ดันโครงการ "ไทยยิ้ม" ขอบคุณรัฐบาล จากนี้ไป ท่องเที่ยวไทยจะนำพาคนไทยยิ้ม ...

สทท. ร่วมกับ ททท. ดันโครงการ "ไทยยิ้ม" 

ขอบคุณรัฐบาล จากนี้ไป ท่องเที่ยวไทยจะนำพาคนไทยยิ้ม ...

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ผลักดันโครงการ "ไทยยิ้ม" ขอบคุณรัฐบาล จากนี้ไปท่องเที่ยวไทยจะนำพาคนไทยยิ้ม การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด BCG

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โดยมีนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธาน สทท. และ รศ.ผกากอง เทพรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัย ร่วมแถลงข่าวโครงการ "ไทยยิ้ม" ขอบคุณรัฐบาล จากนี้ไปท่องเที่ยวไทยจะนำพาคนไทยยิ้ม การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตามแนวคิด BCG พร้อมแถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 1/2564  และไตรมาสที่ 2/2564 โดยมีรองประธาน สทท อีกหลายท่านได้แก่ นายธเนศ วรศรันย์ นางสมทรง สัจจาภิมุข ายสุรวัช อัครวรมาศ และผู้ช่วยประธาน สทท. อย่าง นายธวัชชัย เงยเจริญ นายสุทธิชัย ชื่นชมระดา นายเด่น มหาวงศ์นันท์ รวมทั้งนางสาวสุรีพร พงษ์พานิช ตัวแทนจาก ททท. ร่วมงานด้วย ที่ห้องประชุมกิ่งทองโรงแรมเอเชีย ราชเทวี กทม. เมื่อ วันที่ 29 มีนาคม 2564

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) แสดงความขอบคุณรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการสนับสนุนแนวทางการเปิดประเทศ ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผ่านการฉีดวัคซีนครบแล้วโดยไม่ต้องกักตัว เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม นำร่องพื้นที่หวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงร้อยละ 89 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 420,000 ล้านบาทในปี 2562 โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักและรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี อีกทั้งยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมอื่นเป็นลูกโซ่ เกี่ยวเนื่องและเศรษฐกิจประเทศไทยเสียหายเป็นวงกว้าง

วันนี้ภาครัฐให้สัญญาณที่จะเริ่มทดลองเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ภาคเอกชนท่องเที่ยวทั้งหมดทุกสาขาอาชีพจะต้องรวมใจกัน เพื่อทำให้ความตั้งใจดีของภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจประเทศไทย โดยคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ทาง สทท. ขออาสาขับเคลื่อน 3 เรื่อง คือ 1. ประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการจัดหา กระจาย และการฉีดวัคซีนลงในพื้นที่ภูเก็ต เพื่อให้คนในพื้นที่ทั้งหมดได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง  เตรียมพร้อมสร้างการรับรู้และความมั่นใจให้ประชาชนและผู้ประกอบการสำหรับที่จะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนกรกฎาคม 2. เร่งผลักดันนโยบายท่องเที่ยวสีขาวและ BGC ในกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ผ่าน Happy Model (โมเดลอารมณ์ดี มีความสุข) เพื่อให้การท่องเที่ยวที่จะเริ่มขึ้นใหม่ไม่สร้างปัญหาให้กับพื้นที่และสิ่งแวดล้อมเหมือนในอดีต สามารถอำนวยความสะดวก ปลอดภัย เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Inclusiveness) 3. วางแผนการตลาดร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้ให้บริการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นความต้องการท่องเที่ยวและจัดการเดินทางของตลาดหลักที่มีความเสี่ยงต่ำและนักท่องเที่ยวได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว โดยคาดว่าภายในครึ่งปีหลังนี้จะสามารถสร้างรายได้ตรงเข้าสู่ Value Chain ของภูเก็ตได้ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้จะถูกกระจายไปยังธุรกิจ SME และชุมชนทั่วประเทศ สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องอีกไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท

            คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธาน สททและนายกสมาคมโรงแรมไทย  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการปรับให้สินค้าและบริการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เป็นการท่องเที่ยวแนวใหม่ โดยนายชำนาญ ศรีสวัสดฺิ์ ประธาน สทท. นอกจากจะต้องให้ความสำคัญต่อเรื่องความสะอาด ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบ และดีต่อสุขภาพแล้ว ยังต้องมีแนวทางที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งจากแนวคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น หมดยุคที่จะขายของถูกกับตลาดอะไรก็ได้ จากนี้ไปเราต้องการโฟกัสที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ทั้งมีรายได้สูง และต้องมีความรับผิดชอบต่อสุขภาพกายใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะยินดีจ่ายเงินเพิ่มให้กับคุณค่าที่ตอบสนองความต้องการ สทท. จะนำแนวคิด กินดี อยู่ดี ออกกำลังกายดี และแบ่งปันสิ่งดีๆ จาก Happy Model เข้าไปปรับใช้กับผู้ประกอบการในภูเก็ตเพื่อเป็นต้นแบบ และจะเชื่อม Supply Chain ในพื้นที่ไปให้ถึงเกษตกร ชุมชน และผู้ประกอบการ SME ทั้งในและนอกเกาะ

           ด้านคุณวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. ด้านตลาดต่างประเทศ ได้กล่าวนำเสนอกลุ่มตลาดที่น่าสนใจว่า ในด้านตลาดเป้าหมายสำหรับการเปิดเกาะภูเก็ตในครึ่งปีหลัง  ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและได้รับการฉีดวัคซีนจนถึงปัจจุบันในอัตราสูง และคาดว่าภายในช่วง 3 เดือนจากนี้ไปตัวเลขผู้รับวัคซีนครบแล้วในตลาดเหล่านี้จะสูงขึ้นอีกมาก จากการประมาณขั้นต่ำคาดว่าประเทศไทยจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเฉพาะในพื้นที่ภูเก็ตไม่น้อยกว่า 105,000 ล้านบาท

            ทางด้าน รศ. ผกากรอง เทพรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัย กล่าวรายงานว่าผู้ประกอบการคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 2/2564 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะดีกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากมีเทศกาลสำคัญๆ หลายเทศกาล ส่วนภาคกลางเป็นภูมิภาคที่คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวต่ำที่สุดเนื่องจากยังมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าภูมิภาคอื่น ในไตรมาส 1/2564 ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการเปิดบริการตามปกติลดลงเหลือร้อยละ 67  โดยลดลงจากไตรมาส 4/2563 ร้อยละ 18  ปิดกิจการชั่วคราวร้อยละ 14 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2563 ร้อยละ 4 และมีการปิดกิจการถาวรประมาณร้อยละ 3 เท่าเดิม นอกจากนี้พบว่าในไตรมาสนี้ สถานประกอบการร้อยละ 60 มีการลดจำนวนพนักงาน โดยเหลือพนักงานอยู่ประมาณร้อยละ 52 และร้อยละ 67 มีการลดเงินเดือนหรือค่าจ้าง โดยลดค่าจ้างลงประมาณ ร้อยละ 30  ด้านผลประกอบการพบว่าธุรกิจโรงแรมที่พักร้อยละ 83  ธุรกิจบริการขนส่งร้อยละ 73 บริษัทนำเที่ยวร้อยละ 97 และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นร้อยละ 90 มีรายได้ไม่เกินร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงปกติ สำหรับตลาดไทยเที่ยวไทยเมื่อเทียบจำนวนครั้งพบว่า ในปี 2562 คนไทยมีการเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดโดยเฉลี่ย 3.25 ครั้งต่อคนต่อปี  โดยมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 4,950 บาทต่อคนต่อทริป และคาดว่าในปี 2564 นี้ จะมีการเดินทางท่องเที่ยวโดยเฉลี่ย 2.0 ครั้งต่อคนต่อปี และมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 2,844 บาทต่อคนต่อทริป 

              นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวปิดท้ายว่า จากวันนี้ไปท่องเที่ยวจะกลับมาช่วยประเทศได้อีกครั้ง แม้ว่าจะมีอีกหลายท่านหลายสำนักคิดจะยังคงเชื่อว่าเราต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการกลับมาสร้างรายได้เหมือนเดิม แต่สำหรับคนที่อยู่ในวงการเรารู้ถึงกระแสความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เหมือนน้ำเต็มเขื่อน รอเวลาที่จะมีการเปิดการเดินทาง และมั่นใจมากว่าขอเพียงเราสามารถจัดระบบการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยได้จริง ประเทศไทยจะเป็นเป้าหมายแรกที่ทุกประเทศจะมุ่งมาท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังคงต้องการความชัดเจนจากภาครัฐในการประกาศการเปิดภูเก็ตในวันที่ กรกฎาคมนี้อย่างเป็นทางการ โดยควรประกาศก่อนสงกรานต์นี้เพื่อให้ทุกฝ่ายมีเวลาในการเตรียมการ และจากประสบการณ์ที่ภาคท่องเที่ยวต้องเจอกับเหตุไม่คาดฝันอยู่ตลอด ควรใช้โอกาสนี้ในการเริ่มเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งกำหนดไว้ในพ.ร.บ. นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อไว้ใช้ดูแลนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและใช้ประคองผู้ประกอบการในภาวะวิกฤติ ...

 

 

กิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2564 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์ ริน รด พรม ใส่หน้ากาก ไม่สาดน้ำ Amazing ยิ่งกว่าเดิม

กิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2564 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์ ริน รด พรม ใส่หน้ากาก ไม่สาดน้ำ Amazing ยิ่งกว่าเดิม





           นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้แก่ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่า ทททท. ด้านสินค้าและบริการ ร่วมประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2564 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์ ริน รด พรม ใส่หน้ากาก ไม่สาดน้ำ Amazing ยิ่งกว่าเดิม”  ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564

 

            สงกรานต์แต่งดอก ออกเที่ยว แต่งไทยไปเที่ยว ฉลองปีใหม่ไทยตามเอกลักษณ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวันหยุดยาว ในวันที่ 10-15 เมษายน 2564 เพื่อใช้โอกาสนี้กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ กระจายรายได้ไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมสงกรานต์แบบ ปลอดภัย ประเพณี ประหยัด ในรูปแบบ New Normal ตามมาตรการด้านสาธารณสุข และมาตฐาน SHA อย่างเคร่งครัด 


          ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สรงน้ำพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ปกปักรักษาประเทศชาติและประชาชนให้อยู่ร่วมเย็นเป็นสุข ในการนี้คณะรัฐมนตรีได้ถือโอกาสรดน้ำขอพรท่านนายก เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย และขอให้ท่านนายกนำทีมประเทศไทยเอาชนะทุกอุปสรรคไปได้ด้วยดี 




สงกรานต์ 2564 ริน รด พรม ใส่หน้ากากไม่สาดน้ำ สงกรานต์วัฒนธรรม

 credit pic : สำนักนายก , ททท













 






ททท. ลำปาง ขอเชิญเที่ยวงาน “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง พ.ศ. 2564” สุขก๋าย เย็นใจ๋ ปลอดภัย ไร้โควิด–19 ระหว่างวันที่ 10–13 เมษายน 2564

ททท. ลำปาง ขอเชิญเที่ยวงาน “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง พ.ศ. 2564” สุขก๋าย เย็นใจ๋ ปลอดภัย ไร้โควิด–19 ระหว่างวันที่ 10–13 เมษายน 2564

       นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง กล่าวว่า การจัดงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ปี 2564 เป็นความร่วมมือของจังหวัดลำปาง โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เทศบาลนครลำปาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง รวมทั้งเครือข่ายวัฒนธรรมในจังหวัดลำปาง ร่วมกันจัดขึ้น

     งานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ปี 2564 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 เมษายน 2564 ณ ลานกิจกรรมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง (มิวเซียมลำปาง) ในรูปแบบวิถีใหม่ (New Normal) ตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อ โควิด-19 ของภาครัฐ

       โดยจะมีพิธีเปิด “ข่วงแก้วเวียงละกอน” ในวันที่ 10 เมษายน 2564 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ภายในข่วงแก้วเวียงละกอน ประกอบด้วยกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาจากปราชญ์ท้องถิ่น สรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย การแสดงและการละเล่น กาดหมั้วคัวแลง พร้อมด้วยการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากทั้ง 13 อำเภอ ซึ่งจัดแสดง วันที่ 10–12 เมษายน 2564

        และในช่วงเย็น ขอเชิญทุกท่านร่วมพิธีเปิดงาน “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ปี 2564” พบกับการแสดงแสง สี เสียง ชุดสลุงหลวง ปีใหม่เมืองนครลำปาง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาที่งดงาม

         วันที่ 11 เมษายน 2564 จะมีการประกวดทำแกงฮังเลดั้งเดิมและการประกวดตกแต่งขันโตกอัตลักษณ์พื้นถิ่นลำปาง โดย ททท.สำนักงานลำปาง และประกวดบ่าวน้อย สาวน้อยปี๋ใหม่เมืองเวียงละกอน ประจำปี 2564 พร้อมทั้งชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา 

         วันที่ 12 เมษายน 2564 ในช่วงเช้า จะมีพิธีอัญเชิญพระแก้วดอนเต้าจากวัดพระธาตุลำปางหลวงเข้าสู่ตัวเมืองนครลำปาง และแห่รอบเมืองลำปาง เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา

          ส่วนช่วงบ่าย ขบวนแห่สลุงหลวง ตามแบบเบ้าโบราณของจังหวัดลำปางที่มีการสืบต่อกันมากว่า 30 ปี ที่มีการรวบรวมน้ำทิพย์จากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง 13 อำเภอ โดยเริ่มขบวนจากวัดปงสนุก ใช้เส้นทางข้ามสะพานรัษฎาภิเศก เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทิพย์ช้าง เลี้ยวซ้ายผ่านห้าแยกหอนาฬิกา และใช้เส้นทางตลอดถนน  บุญวาทย์ และสิ้นสุดขบวนที่บริเวณลานศาลหลักเมือง โดยในช่วงการเดินขบวนประชาชนที่อยู่ตลอดเส้นทางสามารถนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาร่วมใส่ในสลุงหลวงเพื่อสรงน้ำพระแก้วดอนเต้าได้ และขอความร่วมมือประชาชนตลอดทั้งสองข้างทาง งดการสาดน้ำ ปะแป้ง และสวมแมสก์ตลอดเวลา 

     และในช่วงเย็นจะมีพิธีเจริญ           พระพุทธมนต์ และพิธีสรงน้ำองค์พระแก้วดอนเต้า โดยมีเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส 

        วันที่ 13 เมษายน 2564 เวลาเช้าตรู่ จะเป็นการร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ณ ลานศาลหลักเมือง  

         ช่วงสาย ร่วมพิธีสรงน้ำพระแก้วดอนเต้าและพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของนครลำปาง พร้อมทั้งสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวลำปาง 

       ช่วงบ่าย เชิญชมขบวนแห่จุมพระศักดิ์สิทธิ์นครลำปาง โดยเทศบาลนครลำปาง ร่วมสรงน้ำพระแก้วดอนเต้า และพระสำคัญของจังหวัดลำปาง ขบวนป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองนครลำปาง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง พบกับขบวนนักษัตร ปู่สังขาร ย่าสังขาร เทพีสงกรานต์ ขบวนรถม้า ขบวนป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมืองจากทั้ง 13 อำเภอ และขบวนหาบแก้วเวียงละกอนจากททท.สำนักงานลำปาง โดยขบวนเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าร้านเยื้อนสยาม ไปตามถนนประสานไมตรี เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกดอนปาน เข้าสู่ถนนฉัตรไชยเลี้ยวขวาที่ห้าแยกหอนาฬิกา ตามถนนบุญวาทย์ สิ้นสุดขบวนแห่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาล 3

      การจัดงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ปี 2564 จัดขึ้นในรูปแบบของการจัดงานประเพณีวิถีใหม่ จังหวัดลำปาง จึงขอความร่วมมือประชาชนชาวจังหวัดลำปาง และนักท่องเที่ยว ช่วยกันรักษา มาตรการ D–M–H–T-T คือแนวทางปฎิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้ในการชะลอการระบาดของโควิด-19 โดย D : Distancing คือเว้นระยะห่างระหว่างกัน M : Mask Wearing คือสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยตลอดเวลา H : Hand Washing คือล้างมือบ่อย ๆ T : Testing คือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้างาน และ T : Thai Cha Na คือเช็กอินผ่านแอปพลิเคชัน "ไทยชนะ" ทุกครั้ง เมื่อเข้าไปในสถานที่จัดงาน

ภาพ...งานสลุงหลวงปี 2561 โดยคุณ Pornphen PP

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 256...